อีกไม่นานก็เตรียมส่งท้ายฤดูฝน แล้วนับถอยหลังเข้าสู่ฤดูหนาวกันแล้ว ในปีนี้เราก็ผ่านช่วงมรสุมและภัยทางธรรมชาติมากันอย่างต่อเนื่อง ร้อนสุดขีด แล้งสุดโหด เหลือก็แต่ จะหนาวจนบาดเข้าไปถึงหัวใจหรือเปล่าเนี่ยสิ ต้องมาลุ้นกัน สำหรับปีนี้อากาศไม่แน่นอนเอาซะเลย ถ้าจะไปเที่ยวทะเล ก็ต้องวางแผนแล้ว วางแผนอีก และที่แน่ๆ นีน่าวางแผนจะไปเที่ยวเกาะหลีเป๊ะ หากิจกรรมทำกับเพื่อนๆ ตั้งใจไว้หลายรอบ แต่ก็ยังไปไม่ได้ ด้วยลมมรสุมและพายุกระหน่ำทั้งหลาย แต่จากที่ศึกษาและติดตามข่าวพยากรณ์อากาศแล้ว ช่วงที่ใกล้จะเข้าหน้าหนาวไปแล้วนั้น ไปทะเลกำลังดีเลย ไม่ต้องกลัวว่าลงน้ำแล้วจะหนาว เพราะที่ไหนได้ ภาคใต้มีแต่ร้อน ร้อนมาก และร้อนสุดขีดลูกเดียวเลย และเหตุนี้เองจึงจุดประกายให้นีน่า วางแผนทริปกิจกรรมเกาะหลีเป๊ะ เพื่อจะเดินทางไปกับผองเพื่อนอีกครั้ง ว่าแล้วก็มาผจญภัยไปท่องเที่ยวเกาะหลีเป๊ะกันเลยดีกว่า

เกาะหลีเป๊ะตั้งอยู่ในเขตจังหวัดสตูล และแน่นอนว่าถ้าจะมาเที่ยวหรือทำกิจกรรมเกาะหลีเป๊ะ จะต้องแวะเที่ยวเล่น ถ่ายรูปกันที่อุทยานเกาะตะรุเตาด้วย มาดูกันดีกว่า ว่าที่อุทยานแห่งนี้มีอะไรน่าสนใจบ้าง ตามประวัติบอกว่าในพื้นที่อุทยานมีหมู่เกาะมากถึง 51 เกาะ แต่เกาะใหญ่ๆ ที่สามารถไปเที่ยวได้จะมีเพียง 7 เกาะเท่านั้น รวมถึงเกาะหลีเป๊ะก็ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งนี้ด้วย สำหรับกิจกรรมเกาะหลีเป๊ะที่นีน่าวางแผนไว้กับเพื่อนๆ คือจะไปนอนพักกันที่หาดพัทยา แล้วปักหลักเล่นน้ำทะเลกันด้วย ถามใครๆ ที่เคยมาเที่ยวก็จะต้องมาแวะที่หาดนี้ เพราะถือเป็นหาดที่สวยสุดๆ บนเกาะหลีเป๊ะ ส่วนเพื่อนที่ชอบการถ่ายรูปวิวทิวทัศน์ ขอมาว่า ยังไงก็ต้องไปพักที่หาดซันเซ็ทด้วย ชื่อฟังดูโรแมนติกดีนะ นั่งชมพระอาทิตย์ตกดิน ถือเป็นอีกกิจกรรมเกาะหลีเป๊ะในทริปของพวกเราค่ะ หาดนี้ผู้คนจะไม่ค่อยพลุกพล่านเหมือนหาดพัทยาส่วนมากจะเจอชาวต่างชาติเยอะเลยค่ะ เขาชอบเที่ยวและพักผ่อนแบบเงียบสงบ

และกิจกรรมเกาะหลีเป๊ะที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ การดำน้ำดูปะการัง หาดทรายสวย น้ำใสขนาดนี้ เราจะพลาดไม่ได้ สำหรับการดำน้ำก็จะมีการดำแบบน้ำตื้นและน้ำลึก ซึ่งดำน้ำตื้นเราเหมาเรือบนเกาะหลีเป๊ะไปยังเกาะรอกลอย ซึ่งอยู่ในบริเวณใกล้กัน ตรงนั้นจะมีแนวปะการังเรียงรายสวยงามและเหมาะแก่มือใหม่หัดดำน้ำ จะเห็นปลาทะเลน้อยใหญ่ ถ้าพกกล้องกันน้ำมาก็ถ่ายรูปเพลินเลย ส่วนดำน้ำลึกต้องไปเกาะตาลังจะมีแท่นหินสโตนเฮนจ์ตั้งเด่นเป็นสง่า มองเห็นในระยะไกล ในบริเวณนี้จะมีแนวปะการังสีม่วงสวยสดใสและปลาทะเลที่หลากชนิดกว่าในบริเวณน้ำตื้น และถือได้ว่าการดำน้ำดูปะการังแบบสุดฟินเป็นไฮไลท์ของกิจกรรมเกาะหลีเป๊ะเลยล่ะ ถ้ามาคนเดียวคงจะต้องเหงาแต่ถ้ามาเป็นก๊วนนี่สิสนุกสนานแน่นอนจ้าเพื่อนๆ

จริงๆ กิจกรรมเกาะหลีเป๊ะยังมีอีกมากมายให้เลือกทำ นักท่องเที่ยวบางคนที่มีเวลามากๆ จะออกดำน้ำดูปะการังจนเกือบจะครบทุกจุด ทุกแนวปะการังเลย แต่นีน่าและเพื่อนๆ ได้ดุไปแค่สองจุดเท่านั้น แต่สัญญาเลยว่า ปีหน้าจะกลับมาเที่ยวเกาะหลีเป๊ะอีก มาเที่ยวคราวนี้รู้สึกรักหาดทราย ท้องฟ้า น้ำทะเล สายลมและแสงแดด ถึงแม้จะต้องดำกับไป เพราะกันแดดแรงแค่ไหนก็เอาไม่อยู่ แต่ก็ภูมิใจนะคะ ที่เมืองไทยยังมีทะเลสวยๆ หลายที่เลย นั่นๆ อย่าเอาแต่มองรูปภาพนะ มาเที่ยวเองเลย มาเที่ยวหลีเป๊ะ เพราะเค้าเป๊ะจริงๆ นะคุณ มาเที่ยวกันเร็วค่ะ

เรานั่งมองแสงอาทิตย์ส่องผ่านหมู่เมฆด้วยความเพลิดเพลิน แต่ก็ต้องละสายตามาจากความงามเหล่านั้น เพราะใกล้เวลาเครื่องลงบนรันเวย์สนามบินหาดใหญ่แล้ว และเป้าหมายในการเดินทางครั้งนี้ของเราทั้งคู่ก็คือ เกาะหลีเป๊ะ

เรารอที่หน้าอาคารผู้โดยสารของท่าอากาศยานหาดใหญ่สักพัก รถตู้ที่นัดหมายไว้ก็มารับพาผู้โดยสารที่รออยู่ไปยังท่าเรือปากบารา เพื่อให้ทันเรือที่จะไปเกาะหลีเป๊ะในรอบ 11 โมงครึ่ง ไม่เช่นนั้นก็ต้องรออีกทีช่วงบ่าย

นอกจากมาก่อนเวลาแล้ว ยังมีเวลาเหลือเฟือสำหรับทานอาหารรองท้อง และซื้อสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็น รวมทั้งขนมนมเนยอีกเพียบ เพราะเสียงเล่าลือมาว่า อาหารการกินและน้ำดื่มบนเกาะหลีเป๊ะราคาสูงพอสมควรเลยทีเดียว

เรือสปีดโบ๊ทพาแวะที่เกาะไข่ ก่อนไปส่งที่หลีเป๊ะ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูปกับสัญลักษณ์ของจังหวัดตรัง ก็คือซุ้มประตูหินธรรมชาติ ที่ว่ากันว่าถ้าคู่รักได้จับมือกันลอดซุ้มประตูนี้แล้วอธิษฐาน จะทำให้ความรักของทั้งคู่อยู่ยืนยงเป็นนิรันดร์ ดังนั้น จึงไม่แปลกที่มักเห็นคู่รักทั้งหลายต่อคิวอธิษฐานลอดซุ้มประตูนี้อย่างไม่ขาดสาย

เรือมาส่งนักท่องเที่ยวที่โป๊ะกลางน้ำใกล้เกาะหลีเป๊ะ เรือหางยาวมารับไปส่งหน้าโรงแรมที่พักเลยทีเดียว และสิ่งแรกที่ประทับใจก็คือ น้ำทะเลใสราวกระจกและทิวทัศน์งดงามที่ยังเป็นธรรมชาติสมคำร่ำลือจริงๆ

ที่พักบนเกาะหลีเป๊ะเรียงรายตลอดแนวหาดทรายทั้ง 3 หาด คือ หาดพัทยา หาดซันไรส์ และหาดซันเซ็ท ที่พักหลายแห่งได้รับความนิยมมากทีเดียวโดยเฉพาะชาวต่างชาติ อาทิ บันดาหยา รีสอร์ท ,เมาน์เท็นวิว รีสอร์ท, หลีเป๊ะ พาวเวอร์ บีช รีสอร์ท, แคสอะเวย์ รีสอร์ท , ซานอมซันไรท์ บีซ รีสอร์ท รวมถึงเซเรนดิพิติ บีช รีสอร์ท และการมาเกาะหลีเป๊ะคราวนี้เราทั้งคู่เลือกที่พักบนชายหาดซันไรส์ เพื่อที่จะได้ชมพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า ทั้งได้รับทราบมาว่าหาดทรายแถบนี้สวยงาม เงียบสงบและมีความเป็นส่วนตัว

ที่พักบนเกาะหลีเป๊ะของเราอยู่ทางทิศใต้ของหาดซันไรส์ แม้จะเดินไกลไปสักนิดแต่เมื่อได้เห็นห้องพักและหาดส่วนตัวยิ่งประทับใจ โดยเฉพาะบรรยากาศและทิวทัศน์งดงามหน้าห้องพักที่แทบจะสัมผัสได้ เครื่องดื่มต้อนรับนำมาเสิร์ฟถึงห้อง วันนี้คงไม่ไปไหนไกลแค่เล่นน้ำทะเลหน้าห้อง เดินชมหาดรอบๆ และหาของอร่อยรับประทานก็หมดวันแล้ว

เช้าตรู่ตื่นมาชมพระอาทิตย์ขึ้นที่หน้าห้องพัก พร้อมกับรับประทานอาหารเช้าที่ทางรีสอร์ทเตรียมไว้ให้ จากนั้นเตรียมตัวทำกิจกรรมที่เรียกว่า วันเดย์ทริปด้วยการนั่งเรือหางยาวเที่ยวชมรอบเกาะหลีเป๊ะ ซึ่งมีทั้งโซนนอกและโซนในแล้วแต่ละเลือก รวมถึงการดำน้ำชมปะการัง

จุดชมปะการัง 7 สีอยู่ที่ร่องน้ำจาบัง เป็นจุดที่ถ่ายรูปใต้น้ำกับบรรดาปลาน้อยใหญ่ทั้งหลายได้งดงามแห่งหนึ่ง หมู่เกาะหินซ้อนก็เป็นอีกแห่งที่สามารถชมปะการัง 7 สีได้เกาะหินงามเป็นเกาะที่มีหินลักษณะกลมมนอยู่ทั่วหาด มีเรื่องราวความเชื่อและการอธิษฐานขอพรเป็นเรื่องเล่าที่สร้างความศรัทธานอกจากนั้นยังมีเกาะดง เกาะไผ่ เกาะรอกลอย เกาะราวี ฯลฯ เที่ยวชมเกาะและเล่นน้ำกันจนเหนื่อยก่อนเรือหางยาวมาส่งที่เกาะหลีเป๊ะในช่วงเย็น

เย็นนี้เราทั้งคู่เดินเกี่ยวก้อยเลียบชายหาดหน้าที่พักไปยังถนนคนเดินเกาะหลีเป๊ะ ที่หาดพัทยามีร้านค้าเรียงรายเป็นแนวยาว มีอาหารหลากหลายประเภท ร้านขายสินค้าหลากชนิด โดยเฉพาะของที่ระลึกและที่ขาดไม่ได้ก็คือร้านสะดวกซื้อ 7-11 แต่ละร้านเริ่มมีนักท่องเที่ยวเข้ามาจับจองที่นั่ง พวกเราสั่งอาหารทะเลสด ๆ มารับประทาน อาหารบนเกาะหลีเป๊ะปรุงได้อร่อยทีเดียว ว่าจะอิ่มแล้วแต่ก็อดไม่ได้…ต้องซื้อโรตีขึ้นชื่อติดมือกลับมาที่พัก

ห้องพักมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน รวมถึง Wi-Fi ฟรีที่มีบริการ แต่เราทั้งคู่เลือกสัมผัสอากาศบริสุทธิ์ด้วยการนอนชมดาวคลอเสียงคลื่นบนเกาะหลีเป๊ะให้ฉ่ำใจมีแสงเทียนวับๆ แวมๆ จุดไว้ให้ดูโรแมนติก

วันสุดท้ายบนเกาะหลีเป๊ะ…พลาดไม่ได้กับการถ่ายภาพพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า และทิวทัศน์โดยรอบอาหารเช้ายังคงแกล้มบรรยากาศเช่นเดิม อยากอยู่ต่ออีกสักคืนสองคืนแต่ก็ต้องตัดใจ เก็บเสื้อผ้าข้าวของลงกระเป๋าและเช็กเอาท์เรือสปีดโบ้ทพาโต้คลื่นกลับสู่ท่าเรือปากบารา ได้เวลาอำลาหลีเป๊ะอย่างจริงจัง แต่ก็ทิ้งคำสัญญาว่ายังคงมีชื่อ “หลีเป๊ะ” ในโปรแกรมท่องเที่ยวคราวหน้าของเราทั้งคู่อย่างแน่นอน

 

เกาะหลีเป๊ะ เกาะชื่อนี้หลายคนคงมามากกว่าหนึ่งครั้ง ฉันเองก็เช่นกัน หลังจากเหนื่อยกับงานทั้งทางกายและใจก็จัดกระเป๋าเตรียมตัวมาที่นี่เพื่อฟื้นฟูตัวเอง การมาเกาะหลีเป๊ะครั้งนี้ฉันตั้งใจมาหาความสงบของธรรมชาติโดยเฉพาะ

เรือแล่นออกจากท่าเรือปากบารามุ่งสู่เกาะหลีเป๊ะ ฉันมองออกไปในทะเลสีฟ้าคราม มองเกร็ดคลื่นอยู่นานใจก็สงบลงจนเสียงพูดของคนรอบข้างไม่ผ่านเข้าหู นี่เป็นความรู้สึกที่ฉันชอบ ความรู้สึกที่ดำดิ่งไปกับธรรมชาติ

หลังจากลงสู่เกาะหลีเป๊ะ ฉันเข้าเช็คอินและเก็บสัมภาระ ออกมาเดินเล่นถนนคนเดิน มองดูวิถีชีวิตที่ปรับตัวรับการท่องเที่ยว ป้าเอาบ้านตัวเองเป็นหน้าร้านขายของชำ ชาวประมงใช้เรือประมงเป็นเรือทัวร์นักท่องเที่ยว เมื่ออะไรๆ เปลี่ยนไปก็ต้องปรับตัวตามทั้งนั้น การเปลี่ยนแปลงนี้ก็เป็นเรื่องของธรรมชาติเช่นกัน ตกเย็นฉันมานั่งเล่นที่หน้าหาดซันเซ็ทเพื่อรอดูพระอาทิตย์ตกดิน พักผ่อนเต็มที่ให้ร่างกายพร้อมสำหรับการดำน้ำวันพรุ่งนี้

เกาะไข่ หลีเป๊ะ เป็นเกาะที่ฉันติดใจมาก ครั้งนี้เลยตั้งใจอยู่เกาะนี้ให้นานหน่อย เป็นเกาะที่เงียบสงบหาดขาวน้ำใส ยังไม่มีที่พัก ฉันเดินเล่นตามหาดที่ธรรมชาติสมบูรณ์มีทั้งต้นไม้และหินรูปทรงประหลาด เหมือนกลับไปเป็นเด็กอีกครั้งที่ชื่นชอบการผจญภัย

ต่อมาฉันได้ลงน้ำดูปะการังแห่งหลีเป๊ะสมใจที่เกาะราวี เบื้องล่างเป็นปะการังน้ำตื้นที่สวยงามมาก มีปลาทะเลแหวกว่ายน่าดูน่าชม เบื้องบนเห็นเป็นภูเขาสีเขียวๆ ราวกับถูกโอบกอดด้วยธรรมชาติความรู้สึกว่าตัวเล็กลงต่อหน้าธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ทำให้ฉันสงบลงอย่างมาก แล้วฉันไปต่อที่เกาะหินงาม เกาะที่มีหาดเป็นหินกลมมนสีดำแทนหาดทรายและจุดดำน้ำก็งดงามสมบูรณ์ไม่แพ้กัน ที่เกาะนี้ฉันใช้เวลานั่งเล่นบนหินมากกว่าเพราะรู้สึกสบายตัวดี เมื่อมาเกาะหินงามแล้วก็ต้องไปต่อที่เกาะหินซ้อน ที่มีปะการัง 7 สี ฉันชอบดูชีวิตใต้น้ำที่ขึ้นอยู่กับคลื่น ชีวิตที่ว่ายลอยไปมาทำดูแล้วเพลินตาอย่างยิ่ง จริงๆแล้วหลีเป๊ะมีดำน้ำหลายเกาะ แต่ละเกาะธรรมชาติสมบูรณ์ทั้งนั้นจนเป็นแหล่งดำน้ำแรกๆ ของเมืองไทย

เกาะหลีเป๊ะเป็นที่ที่ฉันมาฟื้นฟูตัวเอง เพราะพลังและความสวยงามของธรรมชาติที่นี่ทำให้ฉันสงบลง เมื่อได้อยู่กับตัวเองมากขึ้นก็เรียกกำลังใจกลับคืนมาได้เยอะ ฉันขอบคุณหลีเป๊ะจริงๆ

หลังกลับมาจากดำน้ำ ฉันมาหาของกินที่ถนนคนเดินบนเกาะหลีเป๊ะ ตอนกลางคืนถนนคนเดินคึกคักกว่าตอนกลางวันมาก พอเดินคนเดียวก็สังเกตเห็นความคึกคักนี้และรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของมันอย่างแปลกๆ แล้วฉันก็ปลีกตัวไปนั่งบนหาดซันไรซ์หน้าที่พัก ทะเลกลางคืนก็ดีไปอีกแบบ ฟังแค่เสียงคลื่นและลม รอบข้างมืดและว่างเปล่าทำให้ฉันสัมผัสกับธรรมชาติได้มากขึ้น ถึงทริปเกาะหลีเป๊ะนี้จะมาแบบเหงาๆแต่ฉันมั่นใจว่าฉันก็มีความสุขไม่แพ้กันที่มีธรรมชาติเป็นเพื่อน

 

12345...